Tuesday, July 14, 2009

วิธีการปรับอารมณ์บูดอย่างง่ายใน 5 นาที

อ่านมาแล้วต้องรีบนำมาขยายต่อ เพราะเชื่อว่าหลายคนมีเวลาที่เลวร้ายผ่านเข้ามาบ่อยๆ หลายครั้งเราเสียเวลากับมันนานมาก ทั้งๆที่เรื่องมันผ่านไปแล้ว แต่ก็ยังดึงเอาสมาธิ เอาเวลาที่เราควรจะคิด ควรจะทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์ไปจากเรา ลองเอาเทคนิคพวกนี้ไปปรับใช้ดูนะ แม้บางเรื่องจะใช้เวลาเกิน 5 นาทีก็ตาม แต่ก็น่าจะเป็นประโยชน์ละจ๊ะ

เมื่อต้องเผชิญเรื่องน่าเบื่อ หรือต้องแก้ไขปัญหาชวนปวดหัว อาจทำให้หลายคนอารมณ์ไม่ดีขึ้นมาได้ง่าย ๆ แต่คงจะดีกว่าหากจะมีวิธีรับมือกับอารมณ์บูดนั้นให้หายไปจากชีวิตเร็ว ๆ จะได้ไม่ไปทำร้ายคนรอบข้าง
1. ลงมือเขียนบันทึก การเขียนเรื่องที่ทำให้คุณอารมณ์บูดลงในสมุดไดอารี่ หรือบนบล็อกส่วนตัวของคุณเป็นอีกหนึ่งวิธีระบายความโกรธที่ดีทีเดียว ที่สำคัญมันสามารถช่วยได้โดยไม่ต้องรบกวนเพื่อน ญาติ หรือสามีให้มารับฟังปัญหาของคุณด้วย
2. คิดถึงฉากภาพยนตร์ ละคร หรือเรื่องราวน่าประทับใจแทนเหตุการณ์ที่ชวนอารมณ์ไม่ดี หรือจะฟังเพลงที่ชอบก็ได้
3. เข้าหาธรรมชาติ จะออกไปอยู่ในสวน ชมต้นไม้ ออกไปเดินตากแดดอุ่น ๆ (ถ้ามี) เดินชมแสงจันทร์ หรือหมู่ดาวยามค่ำคืน หรือแม้กระทั่งเขยิบตัวไปชิดหน้าต่างที่เปิดรับลมจากภายนอกก็ยังได้ ธรรมชาติจะช่วยให้จิตใจสงบ และผ่อนคลายลง
4. ก้มตัวลงไปเอามือแตะหัวแม่เท้า ค้างไว้สัก 1 นาที จากนั้นค่อย ๆ ยกตัวกลับขึ้นมา จะรู้สึกว่า อารมณ์ดีขึ้น (เป็นเพราะร่างกายได้เหยียดยืด ความตึงเครียดตามอวัยวะต่าง ๆ จะหายไป ทำให้อารมณ์สดใสขึ้นได้)
5. แปะภาพที่ให้ความรู้สึกดี ๆ ไว้บนประตูตู้เย็น มีการวิจัยว่าคนเรามักจะมองไปที่ตู้เย็นประมาณวันละ 27 ครั้ง ดังนั้น หากนำภาพประทับใจของครอบครัวมาแปะเอาไว้ก็อาจช่วยให้เราระลึกได้ถึงวันเวลาดี ๆ เพื่อให้ความรู้สึกดี ๆ เหล่านี้เข้ามาช่วยขับอารมณ์บูด ๆ ออกไปได้
6. ปลูกต้นไม้ ดอกไม้
7. ทำสิ่งใหม่ ๆ ให้กับชีวิต เช่น เปลี่ยนพาสเวิร์ดอีเมล หรือพาสเวิร์ดเอทีเอ็มเสียเลย โดยอาจเลือกตัวเลขที่ชอบ หรือข้อความที่ให้แรงบันดาลใจในทางบวกมาใช้
8. วางแผนลาพักร้อน เหนื่อยนักก็พักเสียเลย กางปฏิทินหาเวลาเหมาะ ๆ วางแผนลาพักร้อนไปเที่ยวกับครอบครัว และหากมีปฏิทิน ก็วงวันที่ด้วยปากกาสีสันสดใส ให้ตัวโต ๆ เวลาเดินผ่านจะได้นึกถึงช่วงวันหยุดที่กำลังจะมาถึง
9. เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่คนรอบข้าง ทำดีให้คนอื่น ๆ โดยไม่หวังผลตอบแทน เช่น นำหนังสือนิทานดี ๆ มาแบ่งปันให้เด็ก ๆ ในซอยฟัง ซื้อกาแฟอร่อย ๆ มาฝากเพื่อนบ้าน หรือคลุกข้าวเผื่อเจ้าตูบหน้าปากซอย
10. ส่งจดหมาย อีเมล หรือ SMS ไปหาเพื่อนสามคน และบอกพวกเขาว่า คุณชอบพวกเขาที่ตรงไหน ข้อนี้นอกจากตัวคุณเองจะรู้สึกดีแล้ว ยังทำให้เพื่อน ๆ ของคุณรู้สึกประทับใจกับคุณมากขึ้นด้วย
ที่มา :เว็บไซต์ woman's day

Thursday, July 9, 2009

วิธีการเลือกเสื้อผ้าให้เหมาะกับสีผิว

ผิวแต่ละคนสีเข้มอ่อนแตกต่างกัน...ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง...การเลือกสีขน ว๊าย!!! ไม่ใช่ การเลือกสีเสื้อผ้าจึงเป็นเรื่องสำคัญมากๆ ลองอ่านเรื่องที่นำมาฝากกันวันนี้ มีประโยชน์มากมายแน่นอน

1. คนที่ใบหน้าแดงเปล่งปลั่ง : ควรใส่เสื้อผ้า สีเขียวชาหรือสีเขียวแก่ ไม่เหมาะที่จะใส่เสื้อสีเขียวสด เพราะจะทำให้ดูไม่ทันสมัย

2. คนที่ใบหน้าออกเหลือง : ควรใส่เสื้อผ้า สีน้ำเงินหรือสีฟ้า ไม่เหมาะที่จะใส่เสื้อสีน้ำเงินแก่ สีคราม สีกรมท่า เพราะจะทำให้ใบหน้าดูเหลืองมากยิ่งขึ้น

3. คนที่มีสีหน้าอิดโรยผิดปกติ : ควรใส่เสื้อสีขาว เพื่อให้ดูมีสุขภาพดี ไม่เหมาะที่จะใส่เสื้อสีเทา สีม่วง เพราะจะทำให้ดูเหมือนอ่อนเพลียยิ่งขึ้น

4. คนที่มีสีผิวขาวเหลือง : ควรใส่เสื้อผ้าโทน สีอบอุ่นแลดูอ่อนโยน เช่น สีชมพู สีส้ม ไม่เหมาะจะใส่เสื้อผ้าสีเขียวและสีเทาอ่อน เพราะจะดูเหมือนเป็น คน “ขี้โรค”

5. คนที่มีสีผิวคล้ำ : ควรใส่เสื้อผ้าสีอ่อน สว่าง เช่น สีเหลืองอ่อน สีชมพูอ่อน สีขาว เป็นต้น เพราะจะสะท้อนความสว่างของสีผิว

6. คนที่มีผิวไม่ละเอียด : ควรใส่เสื้อที่ทำจาก สิ่งทอที่มีหลากสี มีลายนูนเว้า ไม่เหมาะที่จะใส่เสื้อทำจากสิ่งทอสีอ่อนที่มีลวดลายประณีต.

รู้อย่างนี้แล้ว ลองนำไปคำแนะนำนี้ไปเลือกเสื้อผ้าใส่ให้เหมาะกับสีผิวได้.
ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

Monday, July 6, 2009

17 วิธี Refresh สุขภาพแบบฮอต ฮอต

วันนี้นำเสนอ 17 วิธี Refresh สุขภาพแบบฮอต ฮอต จาก นิตยสาร Women Plus

1. ป้องกันอาการขาดน้ำด้วยการดื่มน้ำเปล่าที่สุกแล้ว หรือแบบปรุงแต่งด้วยน้ำตาล เกลือแร่ สมุนไพร เยอะๆ เพราะหน้าร้อนร่างกายภายในจะมีอุณหภูมิสูง และขับเหงื่อออกมามาก จนอาจทำให้คุณช็อกหมดสติ
2. หลีกเลี่ยงน้ำแข็งหรือน้ำเย็นจัด เพราะอาจทำให้อุณหภูมิในร่างกายเปลี่ยนแปลงเร็วจนไม่สบาย
3. ไม่ควรนอนให้ลมหรือความเย็นโกรก ความร้อนจากแดดทำให้เสียเหงื่อ เสียพลัง เมื่อนอนหลับตากลมในขณะเหงื่อออก จะทำให้อุณหภูมิร่างกายลดต่ำลง ถ้าอุณหภูมิภายนอกยังสูงอยู่ แล้วเหงื่อไม่สามารถระบายออกมาได้ จะมีความร้อนสะสมอยู่ข้างใน ทำให้เวียนหัว รู้สึกหนักหัว ไม่สดชื่นแจ่มใส อาจทำให้เป็นหวัดได้
4. อย่างดอาหารเช้า เพราะร่างกายต้องการอาหารเพื่อกระตุ้นระบบเผาผลาญ ซึ่งจะช่วยควบคุมน้ำหนัก ควรหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกแป้ง ของทอด ของมัน
5. หญิงตั้งครรภ์ ต้องสวมเสื้อผ้าที่มิดชิด เพื่อป้องกันการกระทบกับความเย็น อาหารที่กินต้องสะอาด ไม่ควรนอนบนสื่อที่เย็น และห่มผ้าคลุมกายเสมอ ระวังอย่าให้เป็นหวัด ห้ามอาบน้ำร้อนจัดหรือเย็นจัดจนเกินไป
6. คนสูงอายุมักมีระบบย่อยที่ไม่ดี และคนที่มีม้ามบกพร่อง ถ้าดื่มน้ำเย็นมากเกินไป จะเกิดความชื้นสะสมในร่างกาย ทำให้ท้องเสีย ติดเชื้อราง่าย ขี้หนาว ปวดหัว ตัวร้อน
7. เลือกครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของ Mexoryl และ Tinosorb เพราะสามารถกรองรังสียูวีเอและยูวีบี ได้ดี เช่น Vichy, Nivea และ Ambre Solaire จาก Garnier
8. หากผิวแสบร้อนจากการโดนแดด บรรเทาได้ด้วยการกินยาแอสไพริน แล้วแช่ตัวในอ่างน้ำอุณหภูมิห้อง ผสม Bath Oil จากนั้นบำรุงผิวด้วยโลชั่นที่มีส่วนผสมของว่านหางจระเข้ และหลีกเลี่ยงแดดในวันถัดไป
9. ทำสเปรย์บรรเทาผิวไหม้เกรียมอย่างง่ายๆ ด้วย น้ำกรองบริสุทธิ์ 2 ออนซ์ ใส่เอสเซนเชียลออยล์กลิ่นลาเวนเดอร์ 9 หยด กลิ่นเปปเปอร์มินต์ 2 หยด และสเปียร์มินต์ 1 หยด ผสมรวมกันแล้วใส่ในขวดสเปรย์ พกติดตัวและฉีดพรมเมื่อมีอาการ
10. เลือกเครื่องสำอางแบบครีม ที่มีเนื้อแห้งเหมือนแป้ง หากหน้ามันปัดทับด้วยบรอนเซอร์หรือแป้งฝุ่น
11. ควรเลือกใส่เสื้อผ้าเนื้อเบาสบาย ระบายอากาศได้ดีอย่างผ้าฝ้ายธรรมชาติ ที่หลวม ไม่กระชับตัว
12. หลีกเลี่ยงอาหารที่ให้น้ำตาลสูง อย่างอาหารจำพวกแป้ง คาร์โบไฮเดรต และผลไม้รสหวานจัด เพื่อควบคุมระดับพลังงานที่มากเกินไปจนส่งผลต่ออุณหภูมิสูงจากภายในของร่างกาย
13. ป้องกันแมลงกัดต่อยซึ่งมีชุกชุมในฤดูร้อน ด้วยการเลือกทาผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากพืชสมุนไพรธรรมชาติ
14. เลือกแว่นกันแดดขนาดใหญ่ที่ให้การปกปิดมิดชิด กระชับใบหน้า เพื่อป้องกันรังสียูวีบีจากการเกิดต้อกระจกในดวงตา และผิวไหม้เกรียม ริ้วรอยรอบดวงตา
15. อย่าเข้าใจผิดว่ายิ่งเข้มยิ่งดี สีของเลนส์ในแว่นกันแดดไม่ได้ช่วยในการปกป้องรังสี เพราะประสิทธิภาพสำคัญเกิดจากสารเคมีที่เคลือบเพื่อสะท้อนรังสี
16. คอนแทคเลนส์ไม่ช่วยอะไร โดยเฉพาะรุ่นที่เคลมว่าสามารถดูดซับรังสีได้ เพราะอย่างไรก็ด้อยประสิทธิภาพกว่าแว่นกันแดด ดังนั้นจึงไม่อาจใช้แทนกันได้
17. ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดที่น่าเลือกมากที่สุดในปัจจุบัน ควรมีคุณสมบัติบางเบา ซึมซาบไว ติดทนนาน และมีส่วนผสมของสารประกอบจากไทเทเนียม หรือซิงค์ออกไซด์
น่าสนใจมาก สำหรับช่วงวันหยุดหลายๆวันอย่างนี้ ลุยกันเลย

Sunday, July 5, 2009

วิธีการทำให้ผมยาวเร็วขึ้น

เส้นผม... ใครๆก็รักก็หวง บางคนถึงนั่งนับกันเลยทีเดียวว่า วันนี้มันจากไปจากศรีษะเรากี่เส้น การดูแลเส้นผมจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก วันนี้ได้เคล็ดลับวิธีการดูแลเส้นผมมาฝากกัน โดยเฉพาะ ใครที่ผมสั้นแล้วต้องการให้ผมยาวเร็วขึ้น วันนี้เรามีวิธีมาบอก

ออกกำลังกายให้เส้นผม เร่งให้ผมยาวด้วยการก้มศีรษะให้เลือดไปเลี้ยงที่ศีรษะค้างไว้ 30 วินาที ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมาทำเช่นนี้ทุกวัน เลือดจะไหลเวียนไปเลี้ยงเส้นผมที่ศีรษะ ทำให้เส้นผมแข็งแรงและยาวเร็วขึ้นด้วย
เพิ่มโปรตีนโปรตีนสามารถปกป้องและซ่อมแซมเส้นผม ช่วยลดการหลุดร่วงและการแตกหักของเส้นผม ทำให้เส้นผมแข็งแรง และยาวเร็วขึ้นได้
กินปลา ปลา พืชผักใบเขียว และบลูเบอรี่เป็นแหล่งอาหารที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ฉะนั้นบริเวณใดก็ตามในร่างกายที่มีเลือดไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงได้ดีจะทำให้ร่างกายบริเวณนั้นแข็งแรง มีชีวิตชีวารวมไปถึงเส้นผมบนศีรษะด้วย
เคยนวดศีรษะ กันบ้างไหมการนวดศีรษะจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตบนศีรษะ และยังจะช่วยทำให้เส้นผมเติบโตเร็วขึ้น การนวดศีรษะอาจทำได้ด้วยตัวเองที่บ้านในขณะสระผม โดยการใช้นิ้วมือกดและนวดไปตามจุดบนศีรษะอย่างเบามือ
แปรงให้ถูก หลีกเลี่ยงการทำให้เส้นผมขาดและหลุดร่วงด้วยการไม่หวีผมขณะยังเปียกอยู่ เลือกใช้หวีซีกใหญ่และห่างในการหวีผมช่วงผมเปียกแทน
ตัดผมบ้างการเล็มผมบ่อย ๆ จะช่วยให้ผมยาวเร็วขึ้น และยังถือว่าเป็นการกำจัดผมแตกปลายไปในตัวด้วย
ต่อผมก็ได้ลองมองหาร้านทำผมที่มีบริการต่อผมดู ให้เลือกใช้บริการร้านต่อผมที่ค่อนข้างมีประสบการณ์จะดีกว่า

รู้อย่างนี้แล้ว ถ้าอยากผมยาวเร็ว ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติกันดูได้.
ที่มาข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

Thursday, July 2, 2009

เมนูสุขภาพ บำรุงเลือดลม ช่วยย่อยอาหาร

ก่อนจะถึงวันหยุดพักผ่อนยาวกัน มาดูแลสุขภาพด้วยเมนูง่ายๆกันดีกว่า เอามาฝากกัน ลองอ่านแล้วทำดื่มเองที่บ้านนะจ๊ะ
เมนูสุขภาพศุกร์นี้ ‘กินดี’ ยกให้ “แครอท แอปเปิลเขียว และขิง” เป็นพระเอก เพราะงานนี้เจ้าส่วนผสมทั้งสามจะรวมตัวกันสกัดออกมาเป็นเครื่องดื่มที่ดีต่อระบบเลือดลมและการย่อยอาหาร

เริ่มกันที่ “แครอท” ผักสีเหลืองส้มเป็นแหล่งใหญ่ของเบต้าแคโรทีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ดีต่อผิวพรรณ สายตา ปอดและม้าม รวมทั้งมีสรรพคุณในการทำความสะอาดตับจากน้ำดีและสารพิษที่สะสมตัวจนกลายเป็นของเหลวเหนียว ซึ่งเป็นผลมาจากการกินอาหารที่ปนเปื้อนด้วยสารเคมี นอกจากนี้ แครอท ยังอุดมไปด้วยเกลือแร่ซัลเฟอร์และคลอรีน ที่จำเป็นต่อการทำความสะอาดเนื้อเยื่อและยังมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของอาหารเป็นพิษอีกด้วย

“แอปเปิล” เต็มเปี่ยมไปด้วยโพแทสเซียม กำมะถัน เหล็ก แมกนีเซียม วิตามินบี 1 บี2 และบี 6 ซึ่งมีสรรพคุณในการช่วยลดความตึงเครียด ช่วยล้างสารพิษที่สะสมอยู่ในตับและไต มีกรดมาลิก กรดแทนนิก และเส้นใยเพ็กติน ช่วยทำความสะอาดลำไส้เล็ก และชะล้างกระเพาะอาหาร

ปิดท้ายกันที่ส่วนผสมสุดท้าย “ขิง” สารอาหารที่มีคุณค่าต่อร่างกาย อาทิ โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต แคลเซียม และวิตามินเอ สารเหล่านี้มีฤทธิ์อุ่น ช่วยขับเหงื่อ ไล่ความเย็น ขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยให้เจริญอาหารและทำให้ร่างกายอบอุ่น

ส่วนผสมเมนูสุขภาพ
แครอท 1 ถ้วย
แอปเปิลเขียว 2 ถ้วย
ขิง 1 แง่งเล็ก
น้ำแข็งป่น 1 ถ้วย

วิธีทำ
นำส่วนผสมทั้งหมดมาทำความสะอาดให้เรียบร้อย ใช้แปรงขัดแง่งขิงให้สะอาด ผึ่งลมให้แห้ง ทุบพอแตก นำแครอทมาขูดเป็นเส้นเล็ก ๆ และแอปเปิลเขียวหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า จากนั้นนำส่วนผสมทั้งหมดไปสกัดรวมกันด้วยเครื่องสกัดน้ำผักและผลไม้ เสิร์ฟพร้อมน้ำแข็งป่น

ที่มา: เดลินิวส์

Friday, June 26, 2009

ไว้อาลัย ราชาเพลงป๊อบ 'ไมเคิล แจ็กสัน'

วันนี้คงต้องพูดถึง ราชาเพลงป๊อบ 'ไมเคิล แจ็กสัน' เป็นวันที่เขาจากไปอย่างไม่มีวันกลับ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ไมเคิล แจ็กสัน ราชาเพลงป๊อบชื่อก้องโลก วัย 50 ปี เสียชีวิตแล้วอย่างกะทันหันวานนี้ (25 มิ.ย.) ซึ่งมีการสันนิษฐานสาเหตุการเสียชีวิตเบื้องต้นว่า เกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจล้มเหลว



ไม่ว่าอย่างไร ความอาลัยต่อการจากไปของไมเคิล แจ็กสัน คงยังอยู่อีกนาน เพราะเขาคือสุดยอดราชาเพลง อาจจะมีหลายคนที่เต้นเก่ง ร้องเก่ง แต่หาที่ครบเครื่อง ทั่งเต้น ร้องและที่สำคัญคือแต่ละเพลงที่เขาแต่ง มันเป็นอมตะเลยที่เดียว





เราคิดถึงคุณ...ราชาเพลงป๊อบ 'ไมเคิล แจ็กสัน'

Tuesday, June 23, 2009

ความงามในวิกฤต เทรนด์แฟชั่นหน้ากากหลากสีสันกันไข้หวัด2009

วันนี้ไปดูความงามอีกรูปแบบหนึ่งแล้วกัน เพื่อคลายเครียดเรื่องไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ เห็นความสวยงามท่ามกลางความวิกฤต
กระแสความกลัวและหวาดระแวงการแพร่ “ไข้หวัดใหม่2009” กลายเป็นภัยคุกคามคนทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศเม็กซิโกซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการแพร่ระบาดโรคนี้


ถึงขนาดรัฐบาลใช้มาตรการป้องกันเชื้อโรคตัวใหม่ด้วยการแจกผ้าปิดจมูกนับล้านชิ้นเพื่อให้ประชาชนใช้ปิดหน้าเวลาเดินอยู่ในที่ชุมชน ตอนนี้ผู้คนที่เดินตามท้องถนนของประเทศเม็กซิโกจึงสวมผ้าปิดจมูกกันจนกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้ว



แต่ท่ามกลางกระแสความหวาดกลัวโรคร้ายนี้ ก็ยังมีคนหามุมขำ ๆ ออกมาช่วยผ่อนคลายความเครียดกันบ้าง นั่นคือการออกแบบผ้าปิดจมูกกันในรูปแบบตลกขบขันจนกลายเป็นแฟชั่นรายวันบนท้องถนนเพื่อสร้างรอยยิ้มให้แก่กันบ้าง อย่างหนุ่มเม็กซิกันนายหนึ่งที่วาดภาพหนวดโง้งบนผ้าปิดจมูกขณะกำลังโทรศัพท์มือถืออยู่ บางคนมีฝีมือในการวาดหน่อยก็เขียนภาพหัวกะโหลกอย่างน่ากลัว หรือหนุ่มสาวดูโอคู่หนึ่งก็วาดภาพปากเป็นรอยยิ้มและปากรอยหยักบนผ้าปิดปาก


ที่มา Metro Life